คุณกำลังต่อแถวรอคิว เพื่อกินขนมร้านดัง มีคิวข้างหน้าคุณอีกปะมาณร้อยกว่าคิว คุณหันหลังไปเจอคนอีกนับไม่ถ้วนจนคุณแทบจะมองหาหางแถวไม่เจอ เพื่อที่จะแก้เบื่อคุณคงจะหยิบโทรศัทพ์มือถือขึ้นมา ต่อมาคุณจะทำสิ่งใด สำหรับหลายคนก็คงเลือกที่จะหาอะไรดูฆ่าเวลา ซึ่งนั่นก็คงหนีไม่พ้นการไถคลิปสั้นเป็นแน่
คลิปสั้น แท้จริงแล้วมีมาตั้งแต่ปี 2012 บนแอปพลิเคชัน vine ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่นำเสนอคลิปสั้นวนลูปแบบ 6 วินาที และในปี 2015 มีผู้ใช้งานมากถึง 200 ล้านบัญชี นั่นแสดงให้เห็นว่าคลิปวิดีโอสั้นนั้นเป็นรูปแบบสื่อที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมาตั้งแต่ทศวรรษก่อนแล้ว แต่แม้ว่า vine จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อไม่สามารถดึงดูดให้ครีเอเตอร์เข้ามาผลิตคอนเทนต์ได้มากพอ แอปนี้ก็พ่ายแพ้ให้กับ TikTok ที่มีเงินสนับสนุนให้กับการเป็นครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มของเขา
TikTok เกิดขึ้นในช่วงปี 2016 ด้วยจุดเด่นที่มีคลังเสียงขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการทำคอนเทนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ การลิปซิงค์และการเต้นโคฟเวอร์ สิ่งนี้ทำให้ TikTok เติบโตและเป็นที่นิยมในกลุ่มเด็กวัยรุ่น และในช่วงปี 2019 ด้วยวิกฤตการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่ทำให้เกิดมาตรการ Lock down ทั่วโลก แทบทุกคนเผชิญกับความเบื่อหน่าย สิ่งนี้จึงดึงดูดให้คนทุกเพศทุกวัยเข้ามาใช้แอปพลิเคชัน TikTok จนเกิดเป็น #millenials ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่คนยุคมิลเลเนียมก็ยังสนใจแอปนี้
ในปัจจุบันเราได้เห็นว่าแนวทางของคลิปสั้นนั้นได้รับความนิยมอย่างสุดขีด เพราะไม่ว่าจะ youtube, Instargram หรือแม้แต่ X ก็หันมาปรับปรุงแพตฟอร์มของตนเองให้รองรับคลิปวิดีโอสั้น สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำว่าวิดีโอสั้นนั้นมีศักยภาพมากพอที่จะเป็นสื่อหลักของมนุษย์ ทุกวันนี้แทบจะไม่มีใครไม่ดูคลิปสั้นเลย แล้วทำไมเราจึงเสพติดคลิปสั้น นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าคลิปสั้นนั้นกระตุ้นวงจรการให้รางวัล(reward system) สิ่งมีหน้าที่ปล่อยสารแห่งความสุขอย่าง โดปามีน(dopamine) จากการที่เราทำอะไรสักอย่างเสร็จ การที่เราดูคลิปสั้นจบก็เหมือนกับการที่เราทำงานหนึ่งชิ้นจบสิ่งนี้ทำให้เรามีความสุข และด้วยเวลาที่สั้นของหนึ่งคลิปการได้มาซึ่งความสุขในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้จึงส่งเสริมให้เราชื่นชอบการดูคลิปสั้น นอกจากนี้ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้เราลุ้นตลอดเวลาว่าคลิปต่อไปจะเป็นอะไรยิ่งกระตุ้นให้เราเสพติดการไถฟีดเหมือนกับการเสพติดการซื้อหวยหรือการเสี่ยงโช
อย่างไรก็ตามเราก็ไม่ได้นิยมในความสั้นกับเพียงแค่คลิปวิดีโอในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เท่านั้น เพราะในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพลง บทสนทนา รวมทั้งสมาธิของเราเองก็เริ่มที่จะสั้นลงไปทุกวัน จากการที่สมองของเราปรับตัวให้เข้ากับการรับโดปามีนที่รวดเร็วขึ้น ทำให้การที่จะมาฝังคนพูดเป็นชั่วโมงเริ่มเป็นเรื่องยากลำบากของใครหลาย ๆ คน สิ่งนี้ทำให้ผู้ผลิตโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบันเทิงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตสื่อของตนเองให้เข้ากับสภาวะความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน นี่อาจจึงเป็นเหตุผลที่ทำทุกอย่างรอบตัวเราดูสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด และนั้นเป็นผลเสียต่อสมองของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รับผิดชอบในการควบคุมแรงกระตุ้นและการตัดสินใจ จนทำให้หลายคนมีโอกาสที่จะเข้าข่ายภาวะสมาธิสั้นเทียม (Pseudo-ADHD) ซึ่งทำให้ประสบปัญหามากมายในการทำงาน
โดยสรุป คลิปสั้นนั้นเป็นสื่อที่ถูกออกแบบมาให้เราติดใจได้อย่างแยบยลจนถึงระดับสมอง ซึ่งนั่นอาจจะเปลี่ยนพฤติกรรมของเราไปได้อย่างน่ากลัว เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนทุกอย่างก็ดูสั้นลงไปหมด แต่แม้เราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกระแสความสั้นของสังคม แต่หากเรารู้ตัวว่าเรากำลังติดอยู่ในกับดักแห่งนี้อยู่ เราก็สามารถที่จะหลุดออกจากวังวนอันโหดร้าย ผ่านการปิดมือถือแล้วลองออกไปใช้ชีวิตที่มันดีขึ้นผ่านโลกความจริง ที่ทุกอย่างไม่ได้ถูกบีบให้สั้นลง