เข้าสู่ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่เด็ก ๆ หลายคนว่างจากการเรียนอันแสนเหนื่อยล้า เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดปิดเทอมในเทอมที่หนึ่ง จังหวะนี้เราจึงจะมีโอกาสได้เห็นเยาวชนโดยเฉพาะช่วงมัธยมออกไปทำงานพาร์ทไทม์ตามร้านค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ตามบริษัทขนส่ง พวกเขาเหล่านี้เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยภายใต้เหตุผลมากมาย ซึ่งจุดประกายให้เกิดคำถามว่า ช่วงวัยนี้เหมาะสมแก่การเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้วหรือ
งาน เป็นหนึ่งในบทบาทหลักในระบบสังคมและเศรษฐกิจ เราทุกคนไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ต้องการปัจจัยในการดำเนินชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จำเป็นต้องใช้เงิน ที่มาจากการทำงานของใครสักคนในการแลกเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นมา ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ได้ว่าการทำงานนั้นเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชีวิต
แต่สำหรับเยาวชน การที่พวกเขาเข้ามาทำงานในช่วงปิดเทอมอาจจะไม่ได้มีสาเหตุมาจากความต้องการในปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลาย ๆ คนอาจจะเต็มใจเข้ามาสมัครงานเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะกับงานพาร์ทไทม์ที่มีความยืดหยุ่นด้านเวลามากกว่างานประจำ ทำให้วัยรุ่นเลือกใช้โอกาสนี้เพื่อหารายได้เสริมในการใช้จ่ายกับสิ่งที่ผู้ปกครองไม่ได้สนับสนุน
ในด้านพัฒนาการ การทำงานนั้นช่วยให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาตนเองโดยเฉพาะกับการหาอัตลักษณ์ในตนเอง โดยเฉพาะเด็กในวัย 12-18 ปี ช่วงเวลานี้จะช่วยให้พวกเขาได้รู้เรียนรู้บทบาทต่าง ๆ ในสังคมซึ่งช่วยให้พวกเขาได้ค้นหาสายงานที่เหมาะสมกับต้นเองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากนี้การทำงานยังช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง(Self-Esteem)
แม้ว่ารายได้ที่ได้มาอาจจะไม่เยอะมาก แต่นั่นก็เป็นรางวัลทางจิตใจที่บอกพวกเขาว่าวันนี้เขาได้ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ เป็นเครื่องยืนยันว่าเขามีคุณค่า การทำงานนั้นยังมีประโยชน์ในการเสริมสร้าง soft skill ที่จะติดตัวพวกเขาไปอีกนาน อย่างเช่นทักษะการสื่อสาร ทักษะการวางแผน หรือแม้แต่ทักษะการทำงานเป็นทีม อย่างไรก็ตามการทำงานในเด็กนั้นไม่เหมือนการทำงานในผู้ใหญ่ ทั้งในด้านสุขภาพที่หลายส่วนของร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ และในด้านจิตใจที่เขายังมีพื้นที่ประสบการณ์อีกมากมายที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม การทำงานหนักเกินไปนั้นสามารถรบกวนการพัฒนาสติปัญญาได้ จากการที่พวกเขาพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมทั้งความกดดันในที่ทำงานอาจส่งผลให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กได้
ดังนั้นแล้วการทำงานในเด็กจึงเปรียบเสมือนดาบสองคมที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียในหลาย ๆ ด้าน หากผผู้ใหญ่คอยดูแลเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิดการทำงานสำหรับพวกเขาก็ไม่ใช่การช่วงชิงความเป็นเด็กออกไป แต่เป็นการเติมเต็มความสามารถในการเข้าสังคมให้เขา เพื่อให้เขาเรียนรู้และเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมต่อการใช้ชีวิตในวันข้างหน้าได้อย่างภาคภูมิ